(Online) เรื่อง “Allergy-Driven Cough During High PM2.5: Practical Use of BILASTINE and NAC in Drugstores”

 

>หลักการและเหตุผล


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และช่วงฤดูที่มีค่าฝุ่นสะสมสูง ประชาชนจำนวนมากมาพบเภสัชกรในร้านยาด้วยอาการไอเรื้อรัง ไอระคายคอ มีเสมหะเหนียว หรือไอจาก upper airway cough syndromes โดยไม่พบการติดเชื้อชัดเจน อาการดังกล่าวจำนวนไม่น้อยมีความเกี่ยวข้องกับกลไกการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจจาก PM2.5 ร่วมกับภาวะภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจ (allergy-driven airway inflammation) PM2.5 สามารถกระตุ้น oxidative stress และการหลั่งสารก่อการอักเสบ (inflammatory cytokines) ในเยื่อบุทางเดินหายใจ ส่งผลให้เกิด nasal hyperreactivity, mucus hypersecretion และ upper airway cough syndrome (UACS) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการไอในร้านยา อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ เภสัชกรจำนวนหนึ่งยังขาดแนวทางเชิงกลไกที่ชัดเจนในการแยก “ไอจากภูมิแพ้” ออกจาก “ไอจากการติดเชื้อ” หรือ “ไอที่ควรส่งต่อ” ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใช้ยาไม่เหมาะสม เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
ยา bilastine ซึ่งเป็น second-generation antihistamine ที่มีความจำเพาะต่อ H1 receptor สูง ไม่ผ่าน blood–brain barrier อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ทำให้เกิด sedation จึงเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยวัยทำงานในสภาวะที่ต้องการความตื่นตัว ขณะเดียวกัน N-acetylcysteine (NAC) มีบทบาททั้งในด้าน mucolytic effect โดยการตัด disulfide bonds ใน mucin และการเสริม glutathione เพื่อลด oxidative stress ซึ่งอาจมีประโยชน์ในบริบทของการอักเสบจาก PM2.5 อย่างไรก็ตาม การใช้ bilastine และ NAC ในบริบท “allergy-driven cough during high PM2.5” จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจเชิงพยาธิสรีรวิทยา การซักประวัติอย่างเป็นระบบ และการประเมิน red flag symptoms เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
ในการนี้สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน (โอสถศาลา) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะร้านยาของสถาบันการศึกษาได้เล็งเห็นความสำคัญของการเสริมพูนความรู้เกี่ยวกับการประเมินผู้ป่วย การเลือกใช้ยาอย่างเหมาะสมตามหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อสอดคล้องกับบทบาทของเภสัชกรชุมชนในฐานะด่านหน้า (first-contact healthcare provider) และสนับสนุนการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล (rational drug use) ลดการใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น

>วัตถุประสงค์

1.เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ความรู้เชิงวิชาการในการดูแลผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ในทางปฏิบัติในร้านยา และสามารถเลือกใช้ยาแก้แพ้ได้เหมาะสม
2.เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ความรู้เชิงวิชาการในการดูแลผู้ที่มีเสมหะ ไอ ในทางปฏิบัติในร้านยา และสามารถเลือกใช้ NAC ได้เหมาะสม

>สมัครเข้าร่วม

สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Line official : @osotsala หรือ E-mail: osotsala@pharm.chula.ac.th (เภสัชกรอนุกูล ชื่นอารมย์) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Line official : @osotsala

>ที่มา ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม

ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม